วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ความฝัน

        2.21 น. จตุจักร_กรุงเทพมหานคร ผมนั่งครุ่นคิดเรื่องราวต่าง ๆ อยู่ท่ามกลางความเงียบราวกับว่าในหัวสมองไม่ได้คิดอะไรมานาน ผมลืมอะไรไป???  คำถามนี้ยังคงอยู่ในใจของผมเสมอมา มันเป็นสิ่งที่อยู่คู่ตัวกับตั้งแต่เด็กจนเติบโต ในบางครั้งมันอยู่ข้างหน้าเราแต่เรายังคว้ามันไม่ได้เสียที มันเป็นสิ่งที่เราจับต้องก็จะกลายเป็นสิ่งอื่น คำตอบคือ...ความฝัน
        ผมยังจำความฝันแรกได้ดี เมื่อมีคนถามขึ้นมาว่ามีความฝันแบบไหน??  “นักเขียน” ผม สามารถพูดออกไปแบบไม่ต้องคิดเมื่อมีใครถาม หลังจากเวลาผ่านไป ประสบการณ์ทำให้เรารู้ว่าเราสามารถมีความฝันแบบไหนได้ หลังจากนั้นความฝันอันหลากหลายก็ได้วนเวียนเข้ามาในชีวิตทำให้เราลืมความฝัน แรกของเรา
        แล้วทำไมเราต้องลืมความฝันของตัวเอง ผมถามตัวเองซ้ำหลาย ๆ รอบ แต่คำตอบยังคงไม่ปรากฏ ทุก ๆ ครั้งที่เราเข้าใกล้ความฝัน แต่ความฝันยังคงห่างเราออกไปอีกแสนไกล จนบางครั้งเรานึกท้อแท้ เสียใจ สิ้นหวังกับความฝันของเรา จนทำให้เราคิดความฝันใหม่ขึ้นมาโดยที่ความฝันนั้นแม้จะเห็นเป็นความฝันที่ สามารถเข้าใกล้ได้มากกว่าเดิม แต่ในความเป็นจริงก็ยังต้องมีอุปสรรคต่าง ๆ ที่ต้องผ่านอีกมากมาย

        เคยมั๊ย?    ที่ลองทำตามใจฝันของตัวเอง?
        เคยมั๊ย?    ที่มองเห็นฝันของตัวเองไม่มีทางเป็นจริง?
        เคยมั๊ย?    ที่ร้องไห้ให้กับความเชื่อในความฝันของตัวเอง?

เคยลองลุยตามความฝันให้เต็มที่กันหรือยัง “จะก้มหน้าต่อสู้เพื่อให้ความฝันเป็นจริง หรือให้ชีวิตต้องจมอยู่กับความเพ้อฝัน” เป็นสิ่งที่เราต้องเลือกเอง ผมพูดซ้ำ ๆ กับตัวเองตลอดว่า

        “กูต้องเป็นนักเขียนให้ได้” 

แม้ว่าวันนี้ความฝันที่ผมเห็นจะไกลเพียงใด แต่ในเมื่อผมยังไม่ท้อถอย ผมจะไปให้ถึงฝันในสักวันหนึ่ง ผมถอนหายใจ ลุกขึ้นแล้วเข้าห้องนอนเพื่อกลับไปฝันต่อ....

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น