01.30 น. จตุจักร_กรุงเทพมหานคร เมืองที่ยามราตรีไม่ เคยหลับใหล ผมกำลังพลิกตัวไปมาบนเตียงนอนท่ามกลางเสียงแอร์ที่แผ่บรรยากาศ เย็นยะเยือกออกมา "กูนอนไม่หลับ" ผมพึมพำกับตัวเองพลางลุกขึ้นจากเตียงนอนก่อนจะออกจากห้องเพื่อไปดื่มน้ำสัก แก้วเผื่อว่าจะช่วยให้หลับง่ายขึ้น หลังจากดื่มน้ำเสร็จผมได้ยินเสียงรถยนต์วิ่งอยู่ไกล ๆ
ผมเดินออกไปตรงระเบียงห้องมองออกยังทิวทัศน์รอบ ๆ ตัว แสงไฟที่เกิดจากหลอดนีออนพุ่งแผ่แสงสว่างไปทั่วทุกทิศ ไม่เว้นแม้แต่ความมืดที่ยังไม่สามารถกลบแสงสว่างนี้ไปได้ เช่นนั้นแล้วดวงดาวจะมีความหมายอย่างไรในเมืองใหญ่ ๆ เช่นกรุงเทพมหานครแห่งนี้ ความงดงามที่หลอดไฟนีออนไม่สามารถหามาได้ ถึงแม้ว่าดวงดาวนั้นจะไม่มีแสงในตัวเองจึงต้องพึ่งพาอาศัยแสงจากดวงอาทิตย์ ที่อยู่อีกฝั่งของท้องฟ้ามาเพื่อสะท้อนลงมาบนพื้นโลกที่มีรัตติกาลมาเยือน
น่าสงสารคนที่เกิดในเมืองใหญ่ ๆ ทั้งหลายบนโลกใบนี้ ทั้งที่ธรรมชาติมีสิ่งที่สวยงามที่เรียกว่า "ดาว" ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าเป็นจำนวนมหาศาล แต่หลายคนกลับไม่เคยมองเห็นความงดงามเหล่านั้นเพราะแสงจากหลอดไฟนีออน สมัยนี้คนเราติดนิสัยต้องการความสะดวกสบายมากเกินไป จนทำให้บางครั้งเรามองข้ามสิ่งที่สวยงามบางอย่างไป
ผมแอบนึกอิจฉาผู้คนที่อยู่ต่างจังหวัดที่มีโอกาสมองเห็นดวงดาวที่ทอแสง ประกายบนท้องฟ้าอย่างสวยงาม โดยที่แค่เดินออกมาจากบ้านแล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่แสงไฟนีออนมีกำลังไม่ เพียงพอที่จะบดบังความสวยงามเหล่านั้นไว้ได้ ต่างกับคนในเมืองที่ต้องลางานแล้วเดินทางออกไปเผชิญกับธรรมชาติที่เหลืออยู่ อันน้อยนิดด้วยน้ำมือของมนุษย์
"คนในเมืองต้องการออกจากเมืองเพื่อไปหาความสวยงามในธรรมชาติ แต่คนในต่างจังหวัดกลับต้องการเข้ามาหาความศิวิไลซ์ในเมืองใหญ่"
.....ผมครุ่นคิดสักครู่
"ดีแล้วที่เกิดเป็นคนต่างจังหวัด" ผมพูดกับตัวเอง แล้วกลับเข้าห้องเพื่อข่มตาหลับต่อ...
ดาวไร้แสง เราชอบคำนี้ (^^)
ตอบลบ